"ฉี่บ่อย" ตอนกลางคืน? กูรูเตือนถ้ามี 4 อาการร่วมนี้ สัญญาณโรคซ่อนเร้น เช็กตัวเองด่วน!

"ฉี่บ่อย" ตอนกลางคืน? กูรูเตือนถ้ามี 4 อาการร่วมนี้ สัญญาณโรคซ่อนเร้น เช็กตัวเองด่วน!

"ฉี่บ่อย" ตอนกลางคืน? กูรูเตือนถ้ามี 4 อาการร่วมนี้ สัญญาณโรคซ่อนเร้น เช็กตัวเองด่วน!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

อาการปัสสาวะกลางคืนไม่ใช่เรื่องน่ากลัว แต่ที่น่ากลัวคือเมื่อมี 4 สัญญาณเหล่านี้ร่วมด้วย!

ลุกเข้าห้องน้ำกลางดึกบ่อยแค่ไหนถึงผิดปกติ? เช็กด่วน! ถ้าเกิน 3 ครั้งพร้อมมี 4 อาการนี้ อาจไม่ใช่แค่เรื่องไต

หลายคนมักเข้าใจว่า การปัสสาวะบ่อยในตอนกลางคืนเป็นสัญญาณของ "ไตอ่อนแอ" หรือการทำงานของไตเสื่อมลง แต่ในความเป็นจริงแล้ว บรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินปัสสาวะระบุว่าความเข้าใจนี้ยังไม่ถูกต้องนัก

ตามข้อมูลจากสมาคมความคุมการขับถ่ายปัสสาวะนานาชาติ (International Continence Society - ICS) ภาวะปัสสาวะกลางคืน (Nocturia) คือการที่ตื่นนอนขึ้นมากลางดึกเพื่อเข้าห้องน้ำ แล้วจึงกลับไปนอนต่อ อาการนี้พบได้บ่อยมากในผู้สูงอายุ แต่อาจเกิดขึ้นได้กับคนหนุ่มสาวจากหลายสาเหตุ ตั้งแต่พฤติกรรมการใช้ชีวิต ไปจนถึงโรคทางระบบหัวใจและหลอดเลือด ต่อมไร้ท่อ ระบบทางเดินปัสสาวะ หรือความผิดปกติของการนอนหลับ

สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่แค่จำนวนครั้งที่ลุกขึ้นมาเข้าห้องน้ำเท่านั้น แต่อ3ู่ที่ "สัญญาณเตือน" ที่มาพร้อมกันด้วย

ปัสสาวะกลางคืนกี่ครั้งถึงจะถือว่าผิดปกติ?

ตามแนวทางเวชปฏิบัติของสมาคมระบบทางเดินปัสสาวะยุโรป (EAU) การตื่นมาปัสสาวะกลางดึกคืนละ 1 ครั้ง อาจจะยังอยู่ในขีดจำกัดทางสรีรวิทยาปกติ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ

อย่างไรก็ตาม หากมีอาการเหล่านี้:

  • เกิดขึ้นตั้งแต่ 2 ครั้งขึ้นไปต่อคืน

  • เป็นติดต่อกันเรื้อรัง

  • ทำให้การนอนหลับถูกขัดจังหวะ ส่งผลให้เกิดความเหนื่อย ง่วงนอน หรือสมาธิลดลงในเวลากลางวัน ควรเข้ารับการตรวจประเมินเพื่อหาสาเหตุ

หลายคนคิดว่าต้นเหตุมักมาจากไตเสมอ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ส่วนใหญ่กลับเกี่ยวข้องกับปัจจัยอื่นๆ

ไม่ใช่เรื่องไตเสมอไป บางทีพฤติกรรมก่อนนอนต่างหากคือ "ตัวการ"

แพทย์ระบุว่า กรณีปัสสาวะกลางคืนจำนวนมากมีสาเหตุมาจากวิถีชีวิต เช่น:

  • ดื่มน้ำมากเกินไปในช่วง 2-3 ชั่วโมงก่อนเข้านอน

  • ดื่มชาเข้มข้น กาแฟ หรือน้ำอัดลมที่มีคาเฟอีนในช่วงค่ำ

  • รับประทานผลไม้ที่มีปริมาณน้ำสูง เช่น แตงโม

  • ดื่มแอลกอฮอล์ก่อนนอน (แอลกอฮอล์มีฤทธิ์ขับปัสสาวะและยับยั้งการหลั่งฮอร์โมนต้านการขับปัสสาวะ ADH)

  • ใช้ยาขับปัสสาวะหรือยารักษาความดันโลหิตบางชนิดในช่วงเย็นหรือก่อนนอน

นอกจากนี้ "อายุ" ก็เป็นปัจจัยสำคัญ เมื่ออายุมากขึ้น กระเพาะปัสสาวะจะมีความยืดหยุ่นและความจุลดลง ในขณะที่ฮอร์โมนต้านการขับปัสสาวะที่หลั่งออกมาตอนกลางคืนก็ลดลงตามไปด้วย สิ่งนี้ทำให้ร่างกายผลิตปัสสาวะมากขึ้น และทำให้ผู้สูงอายุตื่นมาเข้าห้องน้ำได้ง่ายกว่าคนหนุ่มสาว

นี่คือความเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาตามกระบวนการเสื่อมตามวัย ไม่ได้แปลว่าเป็นโรคไตแต่อย่างใด

หากปัสสาวะกลางคืนเกิน 3 ครั้ง และมี 4 สัญญาณนี้ร่วมด้วย... พึงระวังโรคทางกาย

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า หากคุณต้องตื่นมาเข้าห้องน้ำ มากกว่า 3 ครั้งต่อคืนเป็นเวลานานกว่า 2 สัปดาห์ และมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย:

1. ปัสสาวะลำบาก, สายปัสสาวะอ่อนแรง, ปัสสาวะหยด

นี่คือกลุ่มอาการที่พบได้บ่อยมากของโรคต่อมลูกหมากโตในผู้ชายวัยกลางคนและผู้สูงอายุ เมื่อต่อมลูกหมากโตขึ้นตามวัย มันจะไปเบียดท่อปัสสาวะทำให้สายปัสสาวะอ่อนแรงลง

ผู้ป่วยมักมีความรู้สึกว่า: ต้องยืนรอนานมากกว่าจะปัสสาวะออก; ปัสสาวะเสร็จแล้วยังรู้สึกเหมือนปัสสาวะไม่สุด; ปัสสาวะสะดุดหรือไหลหยดติ๋งๆ; หรือกลางคืนรู้สึกปวดปัสสาวะตลอดเวลาแต่พอเข้าห้องน้ำกลับออกทีละน้อย

ตามข้อมูลจากสมาคมระบบทางเดินปัสสาวะแห่งสหรัฐอเมริกา (AUA) นี่คือหนึ่งในสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของภาวะปัสสาวะกลางคืนในผู้ชายสูงอายุ

2. กระหายน้ำตลอดเวลา, หิวบ่อยแต่น้ำหนักลด

หากอาการปัสสาวะกลางคืนมาพร้อมกับ: ดื่มน้ำในปริมาณมาก; ปากแห้งบ่อยๆ; กินเก่งแต่น้ำหนักตัวกลับลดลง... ควรนึกถึงความเป็นไปได้ของโรคเบาหวาน

เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกินไป กลูโคสส่วนเกินจะถูกขับออกทางปัสสาวะ กระบวนการนี้จะดึงน้ำปริมาณมากออกมาด้วย ส่งผลให้จำนวนครั้งในการปัสสาวะทั้งกลางวันและกลางคืนเพิ่มสูงขึ้น

นี่คือเหตุผลที่โรคเบาหวานถูกอธิบายด้วยกลุ่มอาการคลาสสิก: กินเก่ง, ดื่มน้ำมาก, ปัสสาวะบ่อย, น้ำหนักลด หากไม่ได้รับการตรวจพบแต่เนิ่นๆ ระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงเรื้อรังอาจทำลายดวงตา ระบบประสาท หัวใจ และไตได้

3. หนังตาบวม, ขาบวม, ปัสสาวะมีฟองหนาแน่นอยู่นาน

นี่คือกลุ่มอาการที่ทำให้แพทย์นึกถึง "โรคไต" มากที่สุด แตกต่างจากความเชื่อที่ว่า "ปัสสาวะกลางคืนแปลว่าไตอ่อนแอ" เพราะโรคไตมักจะมาพร้อมกับสัญญาณอื่นๆ เช่น หนังตาบวมในช่วงเช้า; ข้อเท้าบวม; กดหน้าแข้งแล้วยุ๋มลงไปไม่เด้งคืนทันที; ปัสสาวะมีฟองละเอียดและฟองไม่ยอมหายไป (บ่งบอกถึงภาวะโปรตีนรั่วในปัสสาวะ); และมีความดันโลหิตสูง

ตามรายงานของมูลนิธิโรคไตแห่งสหรัฐอเมริกา (National Kidney Foundation) ภาวะโปรตีนรั่วในปัสสาวะเรื้อรังคือหนึ่งในสัญญาณเตือนล่วงหน้าของการบาดเจ็บที่หน่วยไต ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการตรวจประเมินด้วยการตรวจปัสสาวะ

4. ปัสสาวะกลางคืนร่วมกับนอนกรนเสียงดัง, สะดุ้งตื่นกลางดึกเพราะหายใจไม่ออก

ฟังดูอาจจะไม่เกี่ยวกัน แต่นี่คือสัญญาณที่ค่อนข้างชัดเจนของ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น (OSA) ในผู้ป่วย OSA ทางเดินหายใจจะถูกปิดกั้นซ้ำๆ ระหว่างนอนหลับ ทำให้ร่างกายขาดออกซิเจน

สมองจะคอยปลุกผู้ป่วยให้ตื่นขึ้นมาเพื่อฟื้นฟูการหายใจ ในจังหวะที่ตื่นขึ้นมานั้น ผู้ป่วยจะมีความรู้สึกปวดปัสสาวะร่วมด้วยและต้องลุกไปเข้าห้องน้ำ

นอกจากการปัสสาวะกลางคืนแล้ว ผู้ป่วยอาจมีอาการ: นอนกรนเสียงดังมาก; นอนไม่สนิท; ปวดหัวตอนเช้า; ง่วงนอนในเวลากลางวัน; ความจำและสมาธิลดลง

อย่าชะล่าใจ แต่ก็ไม่ต้องตื่นตระหนกจนเกินไป

ผู้เชี่ยวชาญเน้นย้ำว่า การปัสสาวะกลางคืนไม่ใช่โรค แต่เป็น "อาการ" ในหลายๆ กรณี เพียงแค่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต ลดการดื่มน้ำก่อนนอน หรือปรับเวลาในการทานยา ก็สามารถช่วยให้อาการดีขึ้นได้อย่างมาก

อย่างไรก็ตาม หากอาการดังกล่าวเป็นต่อเนื่องยาวนานหรือมีอาการผิดปกติอื่นๆ ร่วมด้วย ผู้ป่วยไม่ควรวินิจฉัยโรคเองว่าเป็นเพราะ "ไตอ่อนแอ" และไม่ควรซื้อยาบำรุงไตมาทานเอง การไปพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อตรวจหาสาเหตุที่แท้จริงจะช่วยให้สามารถตรวจพบโรคต่างๆ ได้ตั้งแต่เนิ่นๆ เช่น ต่อมลูกหมากโต เบาหวาน โรคไตเรื้อรัง หรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล